เชื่อถือได้หรือไม่จึงจำเป็นต้องพิจาณาจาก”วิธีการ”หรือ”กระบวนการ”ในการไปค้นหาข้อความรู้ของงานวิจัยนันๆว่าถกต้องและน่าเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใดถ้าวิธีการดังกล่าวถูกด้องและแทงบอลเชีอถือไต้เราก็หรังว่าผลการวิจัยนั้นน่าจะใกล้เคียงความจริงนด่ถ้าวิธีการในการไปค้นหาความรู้น้นไม่ถูกต้องและไม่น่าเชื่อถือผลที่ได้จากการวิจัยนั้นไม่น่าจะถูกต้องดังนั้นในการท่าวิจัยนักวิจัยจำเป็นต้องหามาตรการในการปัองกันหรือลดค่าความเท็จอันอาจจะเกิดขึ้นจากการทำวิจัยให้เหลีอนั&ยที่สุดเพิอทีผลการวิจัยจะใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดซึ่งเป็นเปัาหมายสำคัญของการวิจัยนั้นเองความเท็จหรือความคลาดเคลื่อน(Error)ที่อาจเกิดขึ้นจากการวิจัยอาจแน่งไต้เป็น2ประเภท(รูปที่2)ได้แก่2.1ความเท็จหรือความคาดเคลื่อนอย่างส่ม(Randomerror)หรือสิ่งรบกวน(Noise)ซึ่งมักเกิดจากความบังเอิญเกิดจากความ แทงบอลไม่เท่าเทียมกันของโอกาสอันเกิดขึ้นจากตัวแปรแทรกช้อนซึ่งความคาดเคลื่อนอย่างสุ่มมักจะเป็นตัวแปรที่เกิดขึ้นจากการสุ่มตัวอย่างของกลุ่มตัวอย่างที่ผู้วิจัยสุ่มมาท่าการวิจัยนั้นๆ2.2ความเท็จหรือความคลาดเคลื่อนอย่างมีระบบ(Systematicerror)หรืออคติ(bias)เป็นความคาดเคลื่อนที่มีผลต่อกลุ่มตัวอย่างโดยเท่าเทียมกันซึ่งควานคาดเคลื่อนอย่างมีระบบนั้นเกิดขึ้นจากตัวเครื่องมีอในการเก็บรวบรวมข้อมูลหรือเครื่องมือในการวัดค่าตังนั้นผู้วิจัยจะต้องพยายามสร้างแทงบอลเครื่องมือให้มีความเที่ยงตรงมีความเชื่อมั่นมีความน่าเชื่อถือตลอดจนให้มีความเป็นปรนัย(เป็นคำถามที่ไม่ขึ้นำคำตอบ)และมีประสิทธิภาพสูงสุดการป้องกันหรือลดด’ทมเท็จหรือความคลาดเคลื่อนทั้ง2ต้องใช้มาตรการทั้ง3อย่างรวมกันคือก.การเลีอกใช้รูปแบบการวิจัย(Researchdesign)ที่เหมาะสมข.มีระเบียบวิธีวิจัย(Researchmethodology)ที่เหมาะสมค.ใช้เทคนิคทางสถิติที่เหมาะสมโดยรูปแบบการวิจัยและระเบียบการวิจัยที่เหมาะสมจะช่วยหลีกเลี่ยงความเท็จอันเนื่องมาจากความคลาดเคลื่อนอย่างเป็นระบบหรืออคติลงไต้ส่วนสถิติที่เหมาะสมจะช่วยลดความคลาดเคลื่อนแทงบอลแบบสุ่มไต้(ดูรูปที่2)3.Con(Control)หมายถึงการควบคุมควรแปรปรวนแปรอันเกิดขนมาจากตัวแปรแทรกช้อนที่ส่งผลอย่างมีระบบซึ่งหมายถึงความพยายามที่จะทำให้ตัวแปรดามเกิดจากการกระทำโดยตรงอย่างสมบูรณ์ของตัวแปรอิสระที่ผู้วิจัยทำการศึกษาเท่านั้นซึ่งมีวิธีตังต่อใปนี้3.1.การสุ่ม(Random)การที่ให้คุณสมบ้ติต่างๆของสมาชิกในกลุ่มตัวอย่างมีพอๆกันเพราะการเลีอกกลุ่มตัวอย่างมาเป็นตัวแทนในการศึกษานั้นก็เลือกวิธีการสุ่มและเมื่อจะแบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็นกลุ่มเพื่อทำการวิจัยก็ใช้วิธีการสุ่มเข้ากลุ่มแต่ละกลุ่ม(กลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุม)การสุ่มเป็นวิธีการควบคุมตัวแปรแทรกช้อนที่ดีที่สุด3.2.การกำจัดตัวแปรออก(Elimination)การทำให้กลุ่มตัวอย่างมีล้กษณะแปรนั้นๆเหมีอนกันเช่นIQของกลุ่มตัวอย่างจะต้องมีความเท่าเท็ยมกัน3.3.การเพิ่มตัวแปร(Bulletintothedesign)การนำตัวแปรแทรกช้อนนั้นๆแทงบอลเพิ่มเข้าไปเป็นตัวแปรอิสระอีกหนึ่งในแบบของการวิจัย3.4.การจับคู่(Matchgroup)ลักษIนะการจับคู่มี2ลักษณะ3.4.1.การจับคู่เป็นรายกลุ่ม(Matchinggroup)คือการทำให้ทั้ง2กลุ่มตัวอย่างมีความเท่าเทียมก้นโดยส่วนรวมโดยไม่ต้องคำนึงว่าสมาชิกภายในกลุ่มมีความเท่าเทียมกันเป็นรายบุคคลหรือไม่ถ้าพบว่าการแบ่งกลุ่มนั้นไม่มีนัยสำคัญทางสถิติการแบ่งกลุ่ม
Archives
- May 2012 (1)
- April 2012 (24)
- March 2012 (54)
- February 2012 (89)
- January 2012 (88)
Tags
-
Recent Posts
Meta